เอกสารประกอบคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านมาตรา 43

ผู้ขอสัญชาติไทย มาตรา 43
1. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด นิ้วครึ่ง จำนวน 6 ใบ
2. สำเนาบัตรประจำตัว ( ตัวเอง, พ่อ, แม่ )
3. สำเนาทะเบียนบ้าน ( ตัวเอง, พ่อ, แม่ )
4. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว
5. หลักฐานการเรียน/ใบแสดงผลการเรียน
6. ใบสูติบัตร หรือ หนังสือรับรองการเกิด หรือ หนังสือรับรองสถานที่เกิด หรือ ผล D NA
***กรณี พ่อ แม่ เสียชีวิต ให้นำใบ มรณบัตรมาด้วย***
พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถให้การรับรองและยืนยันตัวตัวบุคคลได้
- พยานที่มีสัญชาติไทย จำนวน 2 คน มีอายุห่างจากผู้ขอไม่น้อยกว่า 15 ปี
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
- พยานที่มีสัญชาติไทย (ผู้ใหญ่บ้าน)
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน


 เอกสารประกอบคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านมาตรา23

ผู้ขอสัญชาติไทย มาตรา 23
1. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด นิ้วครึ่ง จำนวน 2 ใบ
2. สำเนาบัตรประจำตัว (ตัวเอง, พ่อ, แม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน (ตัวเอง, พ่อ, แม่)
4. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว
5. หลักฐานการเรียน / ใบแสดงผลการเรียน
6. ใบสูติบัตร หรือ หนังสือรับรองการเกิด หรือ หนังสือรับรองสถานที่เกิด
*** กรณี พ่อ หรือ แม่ เสียชีวิต ให้นำใบ มรณบัตรมาด้วย ***
พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถให้การรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้
- พยานที่มีสัญชาติไทย จำนวน 2 คน มีอายุห่างจากผู้ขอไม่น้อยกว่า 15 ปี
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
- พยานที่มีสัญชาติไทย จำนวน 2 คน มีอายุห่างจากผู้ขอไม่น้อยกว่า 15 ปี
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน


เอกสารประกอบการแก้ไขทะเบียนประวัติ

ผู้ขอหนังสือรับรองการเกิด
1. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด นิ้วครึ่ง จำนวน 2 ใบ
2. สำเนาบัตรประจำตัว
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว
5. หลักฐานการเรียน ใบแสดงผลการเรียน
บิดา มารดา ของผู้ขอหนังสือรับรองการเกิด
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว
ผู้ทำคลอด จำนวน 1 คน ผู้รู้เห็นการเกิด จำนวน 2 คน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว


เอกสารประกอบ “การแจ้งเกิดเกินกำหนด”

สำนักทะเบียนที่แจ้ง – สำเนาทะเบียนบ้านแห่งที่เกิด
– สำเนาทะเบียนอื่นที่บิดา/มารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย มีอยู่ในทะเบียนบ้าน
บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เป็นผู้แจ้ง
(กรณีบุคคลที่จะแจ้งเกิดยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
 สำเนาบัตรประจำตัวหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเด็ก(ถ้ามี)
 สำเนาทะเบียนบ้าน(ท.ร.๑๔หรือท.ร.๑๓)ที่มีชื่อ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเด็ก (ถ้ามี)
 รูปถ่ายของเด็กขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป
 หนังสือรับรองการเกิดตามแบบ ท.ร.๑/๑ (กรณีเด็กเกิดในสถานพยาบาล)
 ผลการตรวจ DNA (กรณีแจ้งเกิดต่างสำนักทะเบียนและไม่มีหนังสือรับรองการเกิด)
ผู้ทำคลอด (กรณีคลอดนอกสถานพยาบาล)
 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ทำคลอด
 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ทำคลอด
 สำเนาทะเบียนประวัตราษฎรของผู้ทำคลอด(ถ้ามี)
ผู้รู้เห็นการเกิด
 สำเนาบัตรประจำตัว
 สำเนาทะเบียนบ้าน
 สำเนาทะเบียนประวัติราษฎร(ถ้ามี)
พยานผู้รับรองการเกิด
 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ใหญ่บ้าน


ผู้ขอหนังสือรับรองการเกิด

1. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด นิ้วครึ่ง จำนวน 2 ใบ
2. สำเนาบัตรประจำตัว
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนาจากอำเภอเชียงดาว
5. หลักฐานการเรียน ใบแสดงผลการเรียน
บิดา มารดา ของผู้ขอหนังสือรับรองการเกิด
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนา จากอำเภอเชียงดาว
ผู้ทำคลอด จำนวน 1 คน, ผู้รู้เห็นการเกิด จำนวน 2 คน,ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
1. สำเนาบัตรประจำตัว
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนประวัติ พร้อมรับรองสำเนา จากอำเภอเชียงดาว


เอกสารประกอบ "การแจ้งตายเกินกำหนด"

ผู้แจ้ง เช่น เจ้าบ้านของบ้านที่มีการตาย ฯลฯ
 บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
 บัตรประจำตัวของคนตาย (ถ้ามี)
 หนังสือรับรองการตายตามแบบ ท.ร. ๔/๑(กรณีคนตายในสถานพยาบาล)
 รายงานการชันสูตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานนิติเวช(กรณีตายผิดธรรมชาติหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)
 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุคคล(ถ้ามี)
พยานผู้รู้เห็น
 สำเนาบัตรประจำตัว
 สำเนาทะเบียนบ้าน
 สำเนาทะเบียนประวัติราษฎร (ถ้ามี)
พยานผู้น่าเชื่อถือ (สัญชาติไทย)
 สำเนาบัตรประจำตัว
 สำเนาทะเบียนบ้าน
 สำเนาทะเบียนประวัติราษฎร (ถ้ามี)
ผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐของผู้ใหญ่บ้าน
 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ใหญ่บ้าน

 


 

การแจ้งเกิด

หลักเกณฑ์ 

 

    เมื่อมีคนเกิดต้องแจ้งชื่อคนเกิดให้ถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคล พร้อมกับการแจ้งการเกิด

    * คนเกิดในบ้าน 

    ให้เจ้าบ้านหรือบิดาหรือมารดาแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนเกิดในบ้าน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเกิด 

    * คนเกิดนอกบ้าน 

    ให้บิดาหรือมารดาแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนเกิดนอกบ้านหรือแห่งท้องที่ ที่จะพึงแจ้งได้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเกิด ในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนด ให้แจ้ง ภายหลังได้แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันเกิด

    เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ 

    1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

     2. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง

    3. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)

    ขั้นตอนในการติดต่อ 

    1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด 

    2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานกับทะเบียนบ้าน และลงรายการในสูติบัตรแล้วเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนบ้านและ สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน แล้วมอบสูติบัตรตอนที่ 1 และสำเนาทะเบียนบ้านคืนให้กับ ผู้แจ้ง

    การแจ้งเกิดเกินกำหนด 

    หลักเกณฑ์ 

    เป็นการแจ้งเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ (15 วัน) ตามกฎหมายมีบทกำหนดโทษ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

    เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ 

    1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน 

    2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา (ถ้ามี)
    3. พยานบุคคลที่ให้การรับรอง และบัตรประจำตัวประชาชน
    4. รูปถ่ายของบุคคลที่ขอแจ้งการเกิด 1 รูป (กรณีอายุเกิน 7 ปีบริบูรณ์)
    5. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)

    ขั้นตอนในการติดต่อ 

    1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิด 

    2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานแล้วเปรียบเทียบคดีความผิดและสอบสวนผู้แจ้ง บิดามารดาให้ทราบสาเหตุ ที่ไม่แจ้งการเกิดภายในกำหนด ในกรณีบิดาหรือมารดาไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนได้ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด นายทะเบียนจะบันทึกถึงสาเหตุดังกล่าวไว้
    3. นายทะเบียนนำเสนอนายอำเภอแห่งท้องที่พิจารณาอนุมัติออกสูติบัตร และเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน

การแจ้งตาย

หลักเกณฑ์

เมื่อมีคนตายให้แจ้งการตาย

    * (1) คนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตาย ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ

    * (2) คนตายนอกบ้าน ให้คนที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ ที่มีการตายหรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ ที่จะพึงแจ้งได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ กรณีเช่นนี้ จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจก็ได้ กำหนดเวลาให้แจ้งตาม (1) และ (2) ถ้าท้องที่ใดการคมนาคมไม่สะดวก ผู้อำนวยการทะเบียน กลางอาจขยาย เวลาออกไปตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพหากไม่ปฏิบัติตาม (1) และ (2) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ 

      1. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุคคล (ถ้ามี)  

      2. หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
      3. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง

ขั้นตอนการติดต่อ 

      1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน เพื่อตรวจสอบและลงรายการในมรณบัตร 

      2. จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน โดยจะประทับคำว่า "ตาย" สีแดง ไว้หน้ารายการคนตาย
      3. มอบมรณบัตร ตอนที่ 1 สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนคืนผู้แจ้ง

การย้ายที่อยู่ 

การแจ้งย้ายเข้า 

หลักเกณฑ์ 

    เมื่อมีผู้ย้ายที่อยู่เข้าอยู่ในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายเข้าภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ย้ายเข้า อยู่ในบ้าน หากไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ 

    1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
    2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
    3. หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีผู้แจ้งย้ายไม่ใช่เจ้าบ้าน)
    4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
    5. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ (ท.ร. 6) ตอนที่ 1 และ 2 ซึ่งเจ้าบ้านลงนามยินยอมให้ย้ายเข้าแล้ว

 

ขั้นตอนในการติดต่อ
    1. ยื่นเอกสาร และหลักฐานต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่จะย้ายเข้า
    2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการใบแจ้งการย้ายที่อยู่และเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
        โดยตรวจสอบรายการให้ถูกต้องตรงกัน แล้วมอบสำเนาทะเบียนบ้านและ หลักฐานคืนให้ผู้แจ้ง

การแจ้งย้ายออก   

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ 

    เมื่อผู้อยู่ในบ้านย้ายที่อยู่จากบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายออกภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้อยู่ในบ้านย้ายออก ไม่เกินหนึ่งพันบาท

หลักฐาน 

    1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
    2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
    3. หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีผู้แจ้งย้ายไม่ใช่เจ้าบ้าน)
    4. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบหมาย)
    5. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายที่อยู่กรณีแจ้งย้ายที่อยู่ของตนเอง

 

ขั้นตอนการติดต่อ
    1. ยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียนท้องที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ถึงแม้ว่าเจ้าบ้านไม่สามารถไปแจ้ง ย้ายออกให้ได้
       ผู้ที่ย้ายอยู่สามารถขอทำหน้าที่เจ้าบ้านเพื่อย้ายชื่อตนเองออกได้)
    2. นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐาน และรายการบุคคลที่จะย้ายออกลงรายการในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ และจำหน่าย รายการบุคคล
        ที่ย้ายออกในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) โดยจะประทับคำว่า "ย้าย" สีน้ำเงินไว้หน้ารายการ ฯ และระบุว่าย้ายไปที่ใด
    3. นายทะเบียนมอบหลักฐานการแจ้งคืนผู้แจ้ง พร้อมทั้งใบแจ้งย้ายที่อยู่ตอนที่ 1 และ 2 เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าต่อไป

การแจ้งย้ายปลายทาง         

หลักเกณฑ์ 

    การแจ้งการย้ายที่อยู่ปลายทาง หมายความว่า การแจ้งการย้ายที่อยู่โดยผู้ขอแจ้งย้าย สามารถไปขอแจ้งย้ายออก และขอแจ้งย้ายเข้าต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ไปอยู่ใหม่ โดยไม่ต้อง เดินทางกลับไปขอแจ้งย้ายออก ณ สำนักทะเบียนเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจากทะเบียนบ้าน

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
    1. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของบ้านที่จะย้ายเข้า
    2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งย้าย หรือบัตรประจำตัวตามกฎหมายอื่นพร้อมสำเนา บัตรที่ลงชื่อเจ้าของบัตร กำกับไว้
    3. เจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าอยู่ใหม่
    4. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าอยู่ใหม่
    5. หนังสือยินยอมให้แจ้งย้ายเข้าของเจ้าบ้านที่จะเข้าอยู่ใหม่ (กรณีเจ้าบ้านไม่สามารถไป ดำเนินการแจ้งย้ายได้)
    6. หนังสือมอบหมายจากผู้ย้ายที่อยู่ บัตร ฯ พร้อมด้วยสำเนาบัตร ฯ ที่ลงชื่อเจ้าของบัตรกำกับไว้ ทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ (กรณีผู้แจ้งย้ายที่อยู่มอบผู้อื่นมาดำเนินการแทน ผู้รับมอบหมาย 1 คน ควรดำเนินการแทนผู้ประสงค์ จะแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทางได้ไม่เกิน 3 คน และทั้ง 2 ฝ่ายควรเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กันไม่ว่าจะเป็นญาติ คนรู้จัก ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่มีนิติสัมพันธ์)

 


แผนผังการลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานทะเบียน