ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน
หมู่ที่  5 บ้านโป่งอาง  ตำบลเมืองนะ
อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

           เดิม 100 ปีผ่านมา ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่  อาศัยอยู่ประมาณ 40 คน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวหมู่บ้านในปัจจุบัน ห่างไปประมาณ  1 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก ของแม่น้ำปิง ต่อมามีอหิวาตกโรคระบาด คนตายเป็นจำนวนมาก  ชาวบ้านจึงได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิงอยู่ได้ประมาณ 20 ปี  ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2มีโจรผู้ร้ายชุกชุมมาอาศัยเป็นทำเลการหลบภัย ชาวบ้านจึงได้อพยพหนีขึ้นมาทางเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร พบสถานที่ของหมู่บ้านเป็นแอ่งภูเขาล้อมรอบสามารถป้องกันศัตรูจากภายนอก เข้ามาได้ยากจึงตกลงตั้งบ้านเรือนอยู่สืบมาจนทุกวันนี้
                สาเหตุที่มีชื่อว่า โป่งอาง เพราะมีโป่งน้ำร้อนและมาสัญลักษณ์ของแผ่นหิน  ซึ่งคนไทยใหญ่เรียกว่า  อาง   แปลเป็นไทยว่า ยันตร์ จึงเรียกรวมกันว่า  บ้านโป่งอาง

ที่ตั้ง  
ทิศเหนือ               ติดต่อกับ    หมู่ที่   1    บ้านเมืองนะ        ตำบลเมืองนะ
ทิศใต้                  ติดต่อกับ    หมู่ที่   1   บ้านห้วยเป้า        ตำบลทุ่งข้าวพวง
ทิศตะวันออก         ติดต่อกับ    หมู่ที่   7   บ้านห้วยไส้         ตำบลเมืองนะ
ทิศตะวันตก           ติดต่อกับ    หมู่ที่   2   บ้านแม่ก๋อน        ตำบลทุ่งข้าวพวง

ลักษณะภูมิประเทศ  
เป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บนที่เนินเขา มีภูเขาสูงล้อมรอบหมู่บ้าน และมีแม่น้ำปิงไหลผ่านทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ทำการเกษตรตลอดทั้งปี   

  
ภูมิอากาศ   มี 3 ฤดูกาล   คือ ฤดูร้อน   ฤดูฝน    ฤดูหนาว            

 
คมนาคม
ออกเดินทางจากที่ว่าการอำเภอเชียงดาวตามถนนสายโชตนา (ทางหลวง 107)
   ไปทางทิศเหนือ จนถึงสามแยกปากทางเมืองงาย  (ทางหลวง 1178)     เลี้ยวซ้ายไปจนถึงหมู่บ้าน    รวมระยะทาง  28  กม. 


ขนาดพื้นที่ของหมู่บ้าน
พื้นที่ทั้งหมด  11,875  ไร่  ใช้ทำการเกษตร  1,875  ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 105  ไร่   ที่เหลือเป็นพื้นที่เขตป่าสงวน

 

จำนวนประชากร   
เป็นชาย  311  คน  เป็นหญิง 249  คน รวม   560   คน (รวมชนเผ่าที่ไม่มีสัญชาติและยังไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร)         
จำนวนครัวเรือน จำนวน   96   ครัวเรือน  มี 3 หย่อมบ้าน-ป๊อก  (1)ในบ้าน – คนพื้นเมืองอาศัยอยู่  (2) บ้านดอย – คนไทยใหญ่อาศัยอยู่      (3) บ้านเหนือ – คนกะเหรี่ยงอาศัยอยู่  ชนเผ่า ไทยใหญ่   กะเหรี่ยง   อยู่ร่วมกับคนพื้นเมือง

 

สภาพสังคม
สภาพบ้านเรือนมีความมั่นคง ค่อนข้างดี และมีบางส่วนยังเป็นไปตามวิถีชนเผ่า มีการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานสูง   และมีการจ้างงานชนเผ่าเพื่อทำการเกษตรประชาชนส่วนใหญ่  มีคุณภาพชีวิตพอสมควร มี การใช้บริการจากสถานีอนามัย การซื้อยาชุดจากร้านขายยาในหมู่บ้านและภูมิปัญญาพื้นบ้านของชนเผ่าประชาชนมีไฟฟ้าใช้ไม่ครบทุกครัวเรือน มีเส้นทางคมนาคม ในการขนส่งสะดวกตลอดปีการใช้ภาษา – ภาษาพื้นเมือง ภาษาไทยใหญ่ ศาสนาพุทธ – วัดม่วงคำ มีความเชื่อและปฏิบัติตามแนวทางศาสนาพุทธศิลปวัฒนธรรม ของไทยใหญ่ เช่น ฟ้อนกินรี  รำสิงโต  การบรรเลงดนตรีด้วยกลองไทยใหญ่ ฆ้องและฉาบใหญ่ประเพณี  เทศกาลประจำปี – สากลเช่นเดียวกับหมู่บ้านไทย หมู่บ้านล้านนา -ไทยใหญ่ทั่ว ๆ ไปประชาชนที่มีอายุ 15 -60 ปี   อ่านออกเขียนได้ ร้อยละ87.9  (ยกเว้นชนเผ่า) และ ร้อยละ 40  ไม่ได้เรียนหนังสือ ภูมิปัญญา  ของหมู่บ้าน –หมอพื้นบ้าน- การจักสาน

สภาพทางเศรษฐกิจ
-  รายได้เฉลี่ยของประชากร(ตามเกณฑ์ จปฐ. ปี 2551)   37,926     บาท/คน/ปี
-  ผลิตภัณฑ์รวมของหมู่บ้าน ทั้งหมด  12,743,136   บาท
-  ผลผลิตที่จำหน่ายสู่ตลาด ได้แก่   พืชผัก  กระเทียม  ผักกาด  แตงกวา มันฝรั่ง  ข้าวโพด  เลี้ยงสัตว์    -  งานจักสาน (ก๋วย-เข่งใส่ผัก)  ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ   จักสาน
-  ชาวบ้านได้นำแนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้
-  กลุ่มผลิตภัณฑ์    /กลุ่มอาชีพ ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลเมืองนะ 

 

การประกอบอาชีพ   
เกษตรกร
ค้าขาย
รับราชการ
รับจ้างทั่วไปรวมถึงจักรสาน

 

แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- บ่อน้ำพุร้อนโป่งอาง                                                   
- แม่น้ำปิงที่ใสสะอาดเป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นแหล่งอาหารของหมู่บ้าน
-  ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่า แหล่งอาหารธรรมชาติ เช่น เห็ด  หน่อไม้  พืชผักต่างๆ

กลุ่มองค์กร/ทุนในชุมชน ผู้นำ ปราชญ์
1. กองทุนหมู่บ้าน เงิน 1,000,000 บาท สมาชิก 65 คน
2. กองทุน กข. คจ เงิน 280,000 บาท สมาชิก 55 คน 
3. SML เงิน 250,000 บาท สมาชิก 45 คน
4. กลุ่มผู้เลี้ยงวัว เงิน 100,000 บาท สมาชิก 11 คน 
5. กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ เงิน6,500 บาท สมาชิก 570 คน 
6. กลุ่มปุ๋ยหมักอัดเม็ด เงิน 100,000 บาท สมาชิก 20 คน 
7. กลุ่มจักสานผู้สูงอายุ เงิน 30,000 สมาชิก 13 คน