ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน
บ้านน้ำรู   หมู่ที่  6  ตำบลเมืองนะ  
อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมา

             กลุ่มชนพื้นเมืองได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน  เมื่อ  ปี พ.ศ. 2500  โดยตั้งชื่อหมู่บ้านตามแหล่งน้ำที่ไหลออกมาจากภูเขา เดิมอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านเดียวกับบ้านโล๊ะป่าหาญ และบ้านนาหวาย  ในปี  พ.ศ. 2502  ได้มีนายกลาง  ปัญญาเริง  นายแปง สมยศ  นายคำ  ใจมา  และประชาชนจากบ้านม่วงฆ้อง หมู่ที่ 3 ตำบลเชียงดาว ได้มาอยู่อาศัยอีก 30 ครัวเรือน  พ.ศ. 2509 สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ได้รับสั่งให้สร้างโรงเรียนประชาบาล (โรงเรียนเบญจม 2)  เปิดทำการสอนในปี 2510   จนกระทั่งถึง ปี พ.ศ. 2515 ได้จัดตั้งหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ ชื่อว่าบ้านน้ำรู(ชื่อตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีลักษณะเป็นตาน้ำต้นกำเนิดของน้ำรู อยู่บริเวณเขาหลังหมู่บ้านทางทิศเหนือ)  หมู่ที่  6 ตำบลเมืองนะ มี นายไล  สมชาย  เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ปัจจุบันมีนายประหยัด   สุเมธ์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน             

ที่ตั้ง
ทิศเหนือ               ติดต่อกับ    หมู่ที่   3    บ้านรินหลวง (บ้านบริวารของบ้านนาหวาย)  ตำบลเมืองนะ
ทิศใต้                  ติดต่อกับ    หมู่ที่    7    บ้านห้วยไส้       ตำบลเมืองนะ
ทิศตะวันออก         ติดต่อกับ    หมู่ที่  11    บ้านหนองแขม    ตำบลเมืองนะ
ทิศตะวันตก           ติดต่อกับ    หมู่ที่    4    บ้านโล๊ะป่าหาญ   ตำบลเมืองนะ

ลักษณะภูมิประเทศ  
เป็นที่ราบเนินเขา และมีบางส่วนที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ทั้งหมดของหมู่บ้าน 8,697.5 ไร่ ใช้ทำการเกษตร 3,014 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 182.5 ไร่  พื้นที่สาธารณ 5,500  ไร่

 

จำนวนประชากร
เป็นชาย 670 คน   เป็นหญิง 629  คน   รวม 1,299 คน   (รวมชนเผ่าที่ไม่มีสัญชาติและยังไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร)    จำนวนครัวเรือน 280  ครัวเรือน (รวมครัวเรือนที่ยังไม่มี เลขประจำบ้าน)  มีกลุ่มบ้านบริวารอยู่  3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบ้านทุ่งดินดำ กลุ่มบ้านสันติสุข กลุ่มบ้านอาดีแล  (บ้านแชแล)  มีชนเผ่า ได้แก่ลาหู่(มูเซอ)   ลีซู (ลีซอ)  อาศัยอยู่ร่วมกับคนพื้นเมือง

สภาพทางสังคม
-  ภาษา พื้นเมือง  ภาษาชนเผ่า (ลีซู , มูเซอ)
 - ศาสนา   พุทธ มีวัดดอนตันรัตนาราม  และวัดใหม่ศรีบุญเรือง
-  ศาสนา   คริสต์  มีโบสถ์ 3 แห่งตั้งอยู่  ตามกลุ่มบ้าน
-  ความเชื่อ   ตามพื้นบ้านทั้งคริสต์ - พุทธ
-  ขนบธรรมเนียมประเพณี   ทั้งไทยพื้นเมือง และชนเผ่า
 -  การศึกษา  ในโรงเรียนของหมู่บ้านและโรงเรียนเชียงดาววิทยาคม
-  ภูมิปัญญาท้องถิ่น การจักสาน  สมุนไพรพื้นบ้าน

 

สภาพทางเศรษฐกิจ
- รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี  42,268  บาท (จปฐ. 1 ปี 2551 ข้อ 30(4)
- ผลิตภัณฑ์ชุมชน   การจักสานหมวก และผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่   การแกะสลักไม้ เป็นรูปต่าง ๆ เช่น จตุคาม / พระแม่กวนอิม   ฯลฯ  จัดส่งตามการสั่งซื้อ

 

การประกอบอาชีพ       
-  ทำนา   ทำสวน   เกษตรกร  และจักสานก๋วยใส่ผัก    234    ครัวเรือน
-  ค้าขาย     19     ครัวเรือน (ใช้วิธีแจงนับจากเวทีประชาคม / ฐานข้อมูล จปฐ.)
-  ข้าราชการ   8    ครัวเรือน    
-  ช่าง/อุตสาหกรรมในครัวเรือน    7     ครัวเรือน
-  รับจ้าง/บริการทั่วไป    12      ครัวเรือน

 

แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม 
 ขุนน้ำรูที่ไหลออกจากภูเขา , น้ำตกทุ่งแก้วความสูงประมาณ 20 เมตร

กลุ่มองค์กร/ทุนในชุมชน
1. กองทุนหมู่บ้าน  เงิน  1,049,000 บาท สมาชิก   135   คน  คณะกรรมการ 14  คน          
2.  กองทุน กข. คจ  (2540)  เงิน 300,000 บาท สมาชิก  100  คน                          
3.  SML    ปีเงิน   300,000    บาท สมาชิก    280    คน
4.  กลุ่ม  แกะสลัก  (2550)     เงิน    30,000    บาท    สมาชิก   28    คน    คณะกรรมการ 5  คน
5. กลุ่มสตรีแม่บ้าน  (2541)    เงิน 30,000   บาท  สมาชิก  280 คน คณะกรรมการ   7     คน                                
6. กลุ่มสปก.  เงิน   -     บาท  สมาชิก 280  คน คณะกรรมการ 15 คน                                                         
7. กลุ่ม ผู้เลี้ยงสัตว์   (2549)     เงิน  100,000  บาท   สมาชิก  12   คน คณะกรรมการ  8 คน                            
8.  กลุ่มผู้เลี้ยงปลาบ่อปูพื้นด้วยพลาสติก ( 2550 ) สมาชิก 150 คน เงิน 300,000 บาท กรรมการ 15 คน        
9.  กลุ่มจักสานก๋วย  กรรมการ 4 คน สมาชิก 30 คน ทุน 80,000  บาท         
10. กลุ่มเลี้ยงแพะ  กรรมการ 10 คน  สมาชิก 10 คน  ทุน 20,000  บาท  
11. กลุ่มผู้สูงอายุ (2537) สมาชิก 113 คน กรรมการ 5 คน เงิน 8,000  บาท 

 

 ผู้นำ /ปราชญ์
1. นายประหยัด สุเมธ์  2. นายสมชาย ปัญญายม 
3. นายสวิง โพธัง       4. นางอินทร์ นุกาศ 
5. นายวิศิษฐ์ ต๊ะพิงค์  6. นายสุดใจ กาวิน